Categories
ผลบอล

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน “บาร์ซา” โดน “บาเยิร์นฯ” ถล่มยับ

“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบเละเทะ และนี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้ ฟันธงบอลวันนี้
ถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อพอสมควรกับการที่ บาเยิร์น มิวนิก เอาชนะ บาร์เซโลนา ไปถึง 8-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้ประตูจาก โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 4 กับ 31, อิวาน เปริซิช นาทีที่ 22, แซร์จ กนาบรี นาทีที่ 27, โจชัว คิมมิช นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 82 และ ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 85 กับ 89 ส่วน บาร์เซโลนา ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ นาทีที่ 7 และ หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 57
บาเยิร์นมาดีจริง
นัดนี้แท็กติกของ ฮันซี ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงความหลากหลาย ไม่ได้เน้นเจาะทางไหนเป็นพิเศษ แต่ใช้วิธีการเจาะแบบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟูลแบ็กทั้งซ้ายและขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ขึ้นมาเติมเกมสูง รวมทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปในจุดโทษ ซึ่งทั้ง ติอาโก อัลคันทารา และ เลออน โกเรตซ์กา แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการคุมเกมและออกบอลสวยๆ หลายครั้ง ขณะที่บรรดา 4 ตัวบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ก็ช่วยกันเพรสซิ่งสูงจนทำให้นักเตะบาร์ซามีความกดดันและออกบอลผิดพลาดกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้เล่นสำรองอย่าง คูตินโญ ที่ลงมานาทีที่ 75 ก็ยังทำได้ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์เลย กึ๋นในการแก้เกมของกุนซือทั้ง 2 ทีมแตกต่างกันจริงๆ
ไม่เหมาะกับบาร์ซา
ความกระหายในชัยชนะ
นัดนี้ บาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นมากกว่าในแง่ของความกระหายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือกุนซือต่างมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก สังเกตได้จากทุกครั้งที่เสือใต้ได้ประตู พวกเขาจะแสดงสีหน้าและอาการดีใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง กุนซือก็ออกมากระตุ้นนักเตะอยู่ตลอด แม้สกอร์จะนำห่างก็ต้องการจะยิงอีก ไม่มีผ่อนเกมลงเลย ขณะที่ฝั่งของบาร์ซา แต่ละคนก้มหน้าก้มตาเล่น ยิ่งโดนยิงยิ่งหมดไฟ ส่วนกุนซือก็ยืนทำหน้าเซ็งอย่างเดียว ไม่มีการกระตุ้นลูกทีมหรือแก้เกมให้เห็น บางทีคงถึงเวลาที่ บาร์ซา ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที เพราะนี่คือจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขา และยากที่จะยอมรับได้จริงๆ
เกมรับบาร์ซาไม่ดีพอ ฟันธงบอลวันนี้
จะใช้คำว่าหมดสภาพก็คงไม่ผิดสำหรับแนวรับของทีมบาร์เซโลนา ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูอย่าง มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน รวมทั้งแผงแบ็กโฟร์จากซ้ายไปขวาที่ประกอบด้วย ฆอร์ดี อัลบา, เคลมองต์ ลองเลต์, เคราร์ด ปิเก และ เนลสัน เซเมโด ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง สเตเกน เซฟแทบไม่ได้เลย ส่วน อัลบา ก็เติมเกมสูงและลงไม่ค่อยทัน ขณะที่ เซเมโด ก็ถูก อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากหายเหมือนกับไม่มีแบ็กขวาในทีม ส่วน ปิเก กับ ลองเลต์ ก็อุดรอยรั่วไม่ดีพอจนโดนจ่ายบอลทะลุช่องไปหลายครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกมิดฟิลด์อย่าง เซร์คิโอ บุสเกตส์, เฟรนกี เดอ ยอง และ อาร์ตูโร วิดัล ก็มัวแต่ยืนคุมโซน ปล่อยให้แข้งเสือใต้ต่อบอลกันได้อย่างเพลิดเพลิน ถึงเวลาแล้วที่บาร์ซาจึงควรปรับปรุงเกมรับ ขนาด ปิเก ยังให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายทีม ถ้าต้นสังกัดต้องการถ่ายเลือดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายด้วยว่า บาร์เซโลนา เสีย 8 ประตูเป็นนัดแรกในรอบ 74 ปี หลังจากโดนบาเยิร์นฯ ถลุงยับไปในคราวนี้“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบเละเทะ และนี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้
ถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อพอสมควรกับการที่ บาเยิร์น มิวนิก เอาชนะ บาร์เซโลนา ไปถึง 8-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้ประตูจาก โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 4 กับ 31, อิวาน เปริซิช นาทีที่ 22, แซร์จ กนาบรี นาทีที่ 27, โจชัว คิมมิช นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 82 และ ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 85 กับ 89 ส่วน บาร์เซโลนา ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ นาทีที่ 7 และ หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 57
บาเยิร์นมาดีจริง
นัดนี้แท็กติกของ ฮันซี ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงความหลากหลาย ไม่ได้เน้นเจาะทางไหนเป็นพิเศษ แต่ใช้วิธีการเจาะแบบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟูลแบ็กทั้งซ้ายและขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ขึ้นมาเติมเกมสูง รวมทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปในจุดโทษ ซึ่งทั้ง ติอาโก อัลคันทารา และ เลออน โกเรตซ์กา แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการคุมเกมและออกบอลสวยๆ หลายครั้ง ขณะที่บรรดา 4 ตัวบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ก็ช่วยกันเพรสซิ่งสูงจนทำให้นักเตะบาร์ซามีความกดดันและออกบอลผิดพลาดกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้เล่นสำรองอย่าง คูตินโญ ที่ลงมานาทีที่ 75 ก็ยังทำได้ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์เลย กึ๋นในการแก้เกมของกุนซือทั้ง 2 ทีมแตกต่างกันจริงๆ
ไม่เหมาะกับบาร์ซา
ความกระหายในชัยชนะ
นัดนี้ บาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นมากกว่าในแง่ของความกระหายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือกุนซือต่างมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก สังเกตได้จากทุกครั้งที่เสือใต้ได้ประตู พวกเขาจะแสดงสีหน้าและอาการดีใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง กุนซือก็ออกมากระตุ้นนักเตะอยู่ตลอด แม้สกอร์จะนำห่างก็ต้องการจะยิงอีก ไม่มีผ่อนเกมลงเลย ขณะที่ฝั่งของบาร์ซา แต่ละคนก้มหน้าก้มตาเล่น ยิ่งโดนยิงยิ่งหมดไฟ ส่วนกุนซือก็ยืนทำหน้าเซ็งอย่างเดียว ไม่มีการกระตุ้นลูกทีมหรือแก้เกมให้เห็น บางทีคงถึงเวลาที่ บาร์ซา ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที เพราะนี่คือจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขา และยากที่จะยอมรับได้จริงๆ
เกมรับบาร์ซาไม่ดีพอ ฟันธงบอลวันนี้
จะใช้คำว่าหมดสภาพก็คงไม่ผิดสำหรับแนวรับของทีมบาร์เซโลนา ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูอย่าง มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน รวมทั้งแผงแบ็กโฟร์จากซ้ายไปขวาที่ประกอบด้วย ฆอร์ดี อัลบา, เคลมองต์ ลองเลต์, เคราร์ด ปิเก และ เนลสัน เซเมโด ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง สเตเกน เซฟแทบไม่ได้เลย ส่วน อัลบา ก็เติมเกมสูงและลงไม่ค่อยทัน ขณะที่ เซเมโด ก็ถูก อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากหายเหมือนกับไม่มีแบ็กขวาในทีม ส่วน ปิเก กับ ลองเลต์ ก็อุดรอยรั่วไม่ดีพอจนโดนจ่ายบอลทะลุช่องไปหลายครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกมิดฟิลด์อย่าง เซร์คิโอ บุสเกตส์, เฟรนกี เดอ ยอง และ อาร์ตูโร วิดัล ก็มัวแต่ยืนคุมโซน ปล่อยให้แข้งเสือใต้ต่อบอลกันได้อย่างเพลิดเพลิน ถึงเวลาแล้วที่บาร์ซาจึงควรปรับปรุงเกมรับ ขนาด ปิเก ยังให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายทีม ถ้าต้นสังกัดต้องการถ่ายเลือดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายด้วยว่า บาร์เซโลนา เสีย 8 ประตูเป็นนัดแรกในรอบ 74 ปี หลังจากโดนบาเยิร์นฯ ถลุงยับไปในคราวนี้“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบเละเทะ และนี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้
ถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อพอสมควรกับการที่ บาเยิร์น มิวนิก เอาชนะ บาร์เซโลนา ไปถึง 8-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้ประตูจาก โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 4 กับ 31, อิวาน เปริซิช นาทีที่ 22, แซร์จ กนาบรี นาทีที่ 27, โจชัว คิมมิช นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 82 และ ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 85 กับ 89 ส่วน บาร์เซโลนา ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ นาทีที่ 7 และ หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 57
บาเยิร์นมาดีจริง
นัดนี้แท็กติกของ ฮันซี ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงความหลากหลาย ไม่ได้เน้นเจาะทางไหนเป็นพิเศษ แต่ใช้วิธีการเจาะแบบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟูลแบ็กทั้งซ้ายและขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ขึ้นมาเติมเกมสูง รวมทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปในจุดโทษ ซึ่งทั้ง ติอาโก อัลคันทารา และ เลออน โกเรตซ์กา แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการคุมเกมและออกบอลสวยๆ หลายครั้ง ขณะที่บรรดา 4 ตัวบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ก็ช่วยกันเพรสซิ่งสูงจนทำให้นักเตะบาร์ซามีความกดดันและออกบอลผิดพลาดกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้เล่นสำรองอย่าง คูตินโญ ที่ลงมานาทีที่ 75 ก็ยังทำได้ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์เลย กึ๋นในการแก้เกมของกุนซือทั้ง 2 ทีมแตกต่างกันจริงๆ
ไม่เหมาะกับบาร์ซา
ความกระหายในชัยชนะ
นัดนี้ บาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นมากกว่าในแง่ของความกระหายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือกุนซือต่างมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก สังเกตได้จากทุกครั้งที่เสือใต้ได้ประตู พวกเขาจะแสดงสีหน้าและอาการดีใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง กุนซือก็ออกมากระตุ้นนักเตะอยู่ตลอด แม้สกอร์จะนำห่างก็ต้องการจะยิงอีก ไม่มีผ่อนเกมลงเลย ขณะที่ฝั่งของบาร์ซา แต่ละคนก้มหน้าก้มตาเล่น ยิ่งโดนยิงยิ่งหมดไฟ ส่วนกุนซือก็ยืนทำหน้าเซ็งอย่างเดียว ไม่มีการกระตุ้นลูกทีมหรือแก้เกมให้เห็น บางทีคงถึงเวลาที่ บาร์ซา ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที เพราะนี่คือจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขา และยากที่จะยอมรับได้จริงๆ
เกมรับบาร์ซาไม่ดีพอ
จะใช้คำว่าหมดสภาพก็คงไม่ผิดสำหรับแนวรับของทีมบาร์เซโลนา ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูอย่าง มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน รวมทั้งแผงแบ็กโฟร์จากซ้ายไปขวาที่ประกอบด้วย ฆอร์ดี อัลบา, เคลมองต์ ลองเลต์, เคราร์ด ปิเก และ เนลสัน เซเมโด ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง สเตเกน เซฟแทบไม่ได้เลย ส่วน อัลบา ก็เติมเกมสูงและลงไม่ค่อยทัน ขณะที่ เซเมโด ก็ถูก อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากหายเหมือนกับไม่มีแบ็กขวาในทีม ส่วน ปิเก กับ ลองเลต์ ก็อุดรอยรั่วไม่ดีพอจนโดนจ่ายบอลทะลุช่องไปหลายครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกมิดฟิลด์อย่าง เซร์คิโอ บุสเกตส์, เฟรนกี เดอ ยอง และ อาร์ตูโร วิดัล ก็มัวแต่ยืนคุมโซน ปล่อยให้แข้งเสือใต้ต่อบอลกันได้อย่างเพลิดเพลิน ถึงเวลาแล้วที่บาร์ซาจึงควรปรับปรุงเกมรับ ขนาด ปิเก ยังให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายทีม ถ้าต้นสังกัดต้องการถ่ายเลือดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายด้วยว่า บาร์เซโลนา เสีย 8 ประตูเป็นนัดแรกในรอบ 74 ปี หลังจากโดนบาเยิร์นฯ ถลุงยับไปในคราวนี้“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบเละเทะ และนี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้
ถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อพอสมควรกับการที่ บาเยิร์น มิวนิก เอาชนะ บาร์เซโลนา ไปถึง 8-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้ประตูจาก โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 4 กับ 31, อิวาน เปริซิช นาทีที่ 22, แซร์จ กนาบรี นาทีที่ 27, โจชัว คิมมิช นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 82 และ ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 85 กับ 89 ส่วน บาร์เซโลนา ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ นาทีที่ 7 และ หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 57
บาเยิร์นมาดีจริง
นัดนี้แท็กติกของ ฮันซี ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงความหลากหลาย ไม่ได้เน้นเจาะทางไหนเป็นพิเศษ แต่ใช้วิธีการเจาะแบบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟูลแบ็กทั้งซ้ายและขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ขึ้นมาเติมเกมสูง รวมทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปในจุดโทษ ซึ่งทั้ง ติอาโก อัลคันทารา และ เลออน โกเรตซ์กา แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการคุมเกมและออกบอลสวยๆ หลายครั้ง ขณะที่บรรดา 4 ตัวบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ก็ช่วยกันเพรสซิ่งสูงจนทำให้นักเตะบาร์ซามีความกดดันและออกบอลผิดพลาดกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้เล่นสำรองอย่าง คูตินโญ ที่ลงมานาทีที่ 75 ก็ยังทำได้ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์เลย กึ๋นในการแก้เกมของกุนซือทั้ง 2 ทีมแตกต่างกันจริงๆ
ไม่เหมาะกับบาร์ซา
ความกระหายในชัยชนะ
นัดนี้ บาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นมากกว่าในแง่ของความกระหายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือกุนซือต่างมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก สังเกตได้จากทุกครั้งที่เสือใต้ได้ประตู พวกเขาจะแสดงสีหน้าและอาการดีใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง กุนซือก็ออกมากระตุ้นนักเตะอยู่ตลอด แม้สกอร์จะนำห่างก็ต้องการจะยิงอีก ไม่มีผ่อนเกมลงเลย ขณะที่ฝั่งของบาร์ซา แต่ละคนก้มหน้าก้มตาเล่น ยิ่งโดนยิงยิ่งหมดไฟ ส่วนกุนซือก็ยืนทำหน้าเซ็งอย่างเดียว ไม่มีการกระตุ้นลูกทีมหรือแก้เกมให้เห็น บางทีคงถึงเวลาที่ บาร์ซา ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที เพราะนี่คือจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขา และยากที่จะยอมรับได้จริงๆ
เกมรับบาร์ซาไม่ดีพอ
จะใช้คำว่าหมดสภาพก็คงไม่ผิดสำหรับแนวรับของทีมบาร์เซโลนา ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูอย่าง มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน รวมทั้งแผงแบ็กโฟร์จากซ้ายไปขวาที่ประกอบด้วย ฆอร์ดี อัลบา, เคลมองต์ ลองเลต์, เคราร์ด ปิเก และ เนลสัน เซเมโด ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง สเตเกน เซฟแทบไม่ได้เลย ส่วน อัลบา ก็เติมเกมสูงและลงไม่ค่อยทัน ขณะที่ เซเมโด ก็ถูก อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากหายเหมือนกับไม่มีแบ็กขวาในทีม ส่วน ปิเก กับ ลองเลต์ ก็อุดรอยรั่วไม่ดีพอจนโดนจ่ายบอลทะลุช่องไปหลายครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกมิดฟิลด์อย่าง เซร์คิโอ บุสเกตส์, เฟรนกี เดอ ยอง และ อาร์ตูโร วิดัล ก็มัวแต่ยืนคุมโซน ปล่อยให้แข้งเสือใต้ต่อบอลกันได้อย่างเพลิดเพลิน ถึงเวลาแล้วที่บาร์ซาจึงควรปรับปรุงเกมรับ ขนาด ปิเก ยังให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายทีม ถ้าต้นสังกัดต้องการถ่ายเลือดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายด้วยว่า บาร์เซโลนา เสีย 8 ประตูเป็นนัดแรกในรอบ 74 ปี หลังจากโดนบาเยิร์นฯ ถลุงยับไปในคราวนี้“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบเละเทะ และนี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้
ถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อพอสมควรกับการที่ บาเยิร์น มิวนิก เอาชนะ บาร์เซโลนา ไปถึง 8-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้ประตูจาก โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 4 กับ 31, อิวาน เปริซิช นาทีที่ 22, แซร์จ กนาบรี นาทีที่ 27, โจชัว คิมมิช นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 82 และ ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 85 กับ 89 ส่วน บาร์เซโลนา ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ นาทีที่ 7 และ หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 57
บาเยิร์นมาดีจริง
นัดนี้แท็กติกของ ฮันซี ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงความหลากหลาย ไม่ได้เน้นเจาะทางไหนเป็นพิเศษ แต่ใช้วิธีการเจาะแบบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟูลแบ็กทั้งซ้ายและขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ขึ้นมาเติมเกมสูง รวมทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปในจุดโทษ ซึ่งทั้ง ติอาโก อัลคันทารา และ เลออน โกเรตซ์กา แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการคุมเกมและออกบอลสวยๆ หลายครั้ง ขณะที่บรรดา 4 ตัวบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ก็ช่วยกันเพรสซิ่งสูงจนทำให้นักเตะบาร์ซามีความกดดันและออกบอลผิดพลาดกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้เล่นสำรองอย่าง คูตินโญ ที่ลงมานาทีที่ 75 ก็ยังทำได้ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์เลย กึ๋นในการแก้เกมของกุนซือทั้ง 2 ทีมแตกต่างกันจริงๆ
ไม่เหมาะกับบาร์ซา
ความกระหายในชัยชนะ
นัดนี้ บาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นมากกว่าในแง่ของความกระหายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือกุนซือต่างมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก สังเกตได้จากทุกครั้งที่เสือใต้ได้ประตู พวกเขาจะแสดงสีหน้าและอาการดีใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง กุนซือก็ออกมากระตุ้นนักเตะอยู่ตลอด แม้สกอร์จะนำห่างก็ต้องการจะยิงอีก ไม่มีผ่อนเกมลงเลย ขณะที่ฝั่งของบาร์ซา แต่ละคนก้มหน้าก้มตาเล่น ยิ่งโดนยิงยิ่งหมดไฟ ส่วนกุนซือก็ยืนทำหน้าเซ็งอย่างเดียว ไม่มีการกระตุ้นลูกทีมหรือแก้เกมให้เห็น บางทีคงถึงเวลาที่ บาร์ซา ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที เพราะนี่คือจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขา และยากที่จะยอมรับได้จริงๆ
เกมรับบาร์ซาไม่ดีพอ
จะใช้คำว่าหมดสภาพก็คงไม่ผิดสำหรับแนวรับของทีมบาร์เซโลนา ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูอย่าง มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน รวมทั้งแผงแบ็กโฟร์จากซ้ายไปขวาที่ประกอบด้วย ฆอร์ดี อัลบา, เคลมองต์ ลองเลต์, เคราร์ด ปิเก และ เนลสัน เซเมโด ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง สเตเกน เซฟแทบไม่ได้เลย ส่วน อัลบา ก็เติมเกมสูงและลงไม่ค่อยทัน ขณะที่ เซเมโด ก็ถูก อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากหายเหมือนกับไม่มีแบ็กขวาในทีม ส่วน ปิเก กับ ลองเลต์ ก็อุดรอยรั่วไม่ดีพอจนโดนจ่ายบอลทะลุช่องไปหลายครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกมิดฟิลด์อย่าง เซร์คิโอ บุสเกตส์, เฟรนกี เดอ ยอง และ อาร์ตูโร วิดัล ก็มัวแต่ยืนคุมโซน ปล่อยให้แข้งเสือใต้ต่อบอลกันได้อย่างเพลิดเพลิน ถึงเวลาแล้วที่บาร์ซาจึงควรปรับปรุงเกมรับ ขนาด ปิเก ยังให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายทีม ถ้าต้นสังกัดต้องการถ่ายเลือดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายด้วยว่า บาร์เซโลนา เสีย 8 ประตูเป็นนัดแรกในรอบ 74 ปี หลังจากโดนบาเยิร์นฯ ถลุงยับไปในคราวนี้“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบเละเทะ และนี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้
ถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อพอสมควรกับการที่ บาเยิร์น มิวนิก เอาชนะ บาร์เซโลนา ไปถึง 8-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้ประตูจาก โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 4 กับ 31, อิวาน เปริซิช นาทีที่ 22, แซร์จ กนาบรี นาทีที่ 27, โจชัว คิมมิช นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 82 และ ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 85 กับ 89 ส่วน บาร์เซโลนา ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ นาทีที่ 7 และ หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 57
บาเยิร์นมาดีจริง
นัดนี้แท็กติกของ ฮันซี ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงความหลากหลาย ไม่ได้เน้นเจาะทางไหนเป็นพิเศษ แต่ใช้วิธีการเจาะแบบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟูลแบ็กทั้งซ้ายและขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ขึ้นมาเติมเกมสูง รวมทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปในจุดโทษ ซึ่งทั้ง ติอาโก อัลคันทารา และ เลออน โกเรตซ์กา แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการคุมเกมและออกบอลสวยๆ หลายครั้ง ขณะที่บรรดา 4 ตัวบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ก็ช่วยกันเพรสซิ่งสูงจนทำให้นักเตะบาร์ซามีความกดดันและออกบอลผิดพลาดกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้เล่นสำรองอย่าง คูตินโญ ที่ลงมานาทีที่ 75 ก็ยังทำได้ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์เลย กึ๋นในการแก้เกมของกุนซือทั้ง 2 ทีมแตกต่างกันจริงๆ
ไม่เหมาะกับบาร์ซา
ความกระหายในชัยชนะ
นัดนี้ บาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นมากกว่าในแง่ของความกระหายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือกุนซือต่างมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก สังเกตได้จากทุกครั้งที่เสือใต้ได้ประตู พวกเขาจะแสดงสีหน้าและอาการดีใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง กุนซือก็ออกมากระตุ้นนักเตะอยู่ตลอด แม้สกอร์จะนำห่างก็ต้องการจะยิงอีก ไม่มีผ่อนเกมลงเลย ขณะที่ฝั่งของบาร์ซา แต่ละคนก้มหน้าก้มตาเล่น ยิ่งโดนยิงยิ่งหมดไฟ ส่วนกุนซือก็ยืนทำหน้าเซ็งอย่างเดียว ไม่มีการกระตุ้นลูกทีมหรือแก้เกมให้เห็น บางทีคงถึงเวลาที่ บาร์ซา ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที เพราะนี่คือจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขา และยากที่จะยอมรับได้จริงๆ
เกมรับบาร์ซาไม่ดีพอ
จะใช้คำว่าหมดสภาพก็คงไม่ผิดสำหรับแนวรับของทีมบาร์เซโลนา ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูอย่าง มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน รวมทั้งแผงแบ็กโฟร์จากซ้ายไปขวาที่ประกอบด้วย ฆอร์ดี อัลบา, เคลมองต์ ลองเลต์, เคราร์ด ปิเก และ เนลสัน เซเมโด ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง สเตเกน เซฟแทบไม่ได้เลย ส่วน อัลบา ก็เติมเกมสูงและลงไม่ค่อยทัน ขณะที่ เซเมโด ก็ถูก อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากหายเหมือนกับไม่มีแบ็กขวาในทีม ส่วน ปิเก กับ ลองเลต์ ก็อุดรอยรั่วไม่ดีพอจนโดนจ่ายบอลทะลุช่องไปหลายครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกมิดฟิลด์อย่าง เซร์คิโอ บุสเกตส์, เฟรนกี เดอ ยอง และ อาร์ตูโร วิดัล ก็มัวแต่ยืนคุมโซน ปล่อยให้แข้งเสือใต้ต่อบอลกันได้อย่างเพลิดเพลิน ถึงเวลาแล้วที่บาร์ซาจึงควรปรับปรุงเกมรับ ขนาด ปิเก ยังให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายทีม ถ้าต้นสังกัดต้องการถ่ายเลือดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายด้วยว่า บาร์เซโลนา เสีย 8 ประตูเป็นนัดแรกในรอบ 74 ปี หลังจากโดนบาเยิร์นฯ ถลุงยับไปในคราวนี้“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบเละเทะ และนี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้
ถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อพอสมควรกับการที่ บาเยิร์น มิวนิก เอาชนะ บาร์เซโลนา ไปถึง 8-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้ประตูจาก โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 4 กับ 31, อิวาน เปริซิช นาทีที่ 22, แซร์จ กนาบรี นาทีที่ 27, โจชัว คิมมิช นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 82 และ ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 85 กับ 89 ส่วน บาร์เซโลนา ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ นาทีที่ 7 และ หลุยส์ ซัวเรซ นาทีที่ 57
บาเยิร์นมาดีจริง
นัดนี้แท็กติกของ ฮันซี ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงความหลากหลาย ไม่ได้เน้นเจาะทางไหนเป็นพิเศษ แต่ใช้วิธีการเจาะแบบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟูลแบ็กทั้งซ้ายและขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ขึ้นมาเติมเกมสูง รวมทั้งการจ่ายบอลทะลุช่อง การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปในจุดโทษ ซึ่งทั้ง ติอาโก อัลคันทารา และ เลออน โกเรตซ์กา แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการคุมเกมและออกบอลสวยๆ หลายครั้ง ขณะที่บรรดา 4 ตัวบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ก็ช่วยกันเพรสซิ่งสูงจนทำให้นักเตะบาร์ซามีความกดดันและออกบอลผิดพลาดกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้เล่นสำรองอย่าง คูตินโญ ที่ลงมานาทีที่ 75 ก็ยังทำได้ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์เลย กึ๋นในการแก้เกมของกุนซือทั้ง 2 ทีมแตกต่างกันจริงๆ
ไม่เหมาะกับบาร์ซา
ความกระหายในชัยชนะ
นัดนี้ บาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นมากกว่าในแง่ของความกระหายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือกุนซือต่างมีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก สังเกตได้จากทุกครั้งที่เสือใต้ได้ประตู พวกเขาจะแสดงสีหน้าและอาการดีใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง กุนซือก็ออกมากระตุ้นนักเตะอยู่ตลอด แม้สกอร์จะนำห่างก็ต้องการจะยิงอีก ไม่มีผ่อนเกมลงเลย ขณะที่ฝั่งของบาร์ซา แต่ละคนก้มหน้าก้มตาเล่น ยิ่งโดนยิงยิ่งหมดไฟ ส่วนกุนซือก็ยืนทำหน้าเซ็งอย่างเดียว ไม่มีการกระตุ้นลูกทีมหรือแก้เกมให้เห็น บางทีคงถึงเวลาที่ บาร์ซา ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสักที เพราะนี่คือจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขา และยากที่จะยอมรับได้จริงๆ
เกมรับบาร์ซาไม่ดีพอ
จะใช้คำว่าหมดสภาพก็คงไม่ผิดสำหรับแนวรับของทีมบาร์เซโลนา ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูอย่าง มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน รวมทั้งแผงแบ็กโฟร์จากซ้ายไปขวาที่ประกอบด้วย ฆอร์ดี อัลบา, เคลมองต์ ลองเลต์, เคราร์ด ปิเก และ เนลสัน เซเมโด ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง สเตเกน เซฟแทบไม่ได้เลย ส่วน อัลบา ก็เติมเกมสูงและลงไม่ค่อยทัน ขณะที่ เซเมโด ก็ถูก อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากหายเหมือนกับไม่มีแบ็กขวาในทีม ส่วน ปิเก กับ ลองเลต์ ก็อุดรอยรั่วไม่ดีพอจนโดนจ่ายบอลทะลุช่องไปหลายครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกมิดฟิลด์อย่าง เซร์คิโอ บุสเกตส์, เฟรนกี เดอ ยอง และ อาร์ตูโร วิดัล ก็มัวแต่ยืนคุมโซน ปล่อยให้แข้งเสือใต้ต่อบอลกันได้อย่างเพลิดเพลิน ถึงเวลาแล้วที่บาร์ซาจึงควรปรับปรุงเกมรับ ขนาด ปิเก ยังให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายทีม ถ้าต้นสังกัดต้องการถ่ายเลือดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายด้วยว่า บาร์เซโลนา เสีย 8 ประตูเป็นนัดแรกในรอบ 74 ปี หลังจากโดนบาเยิร์นฯ ถลุงยับไปในคราวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *